Diary

I Roam Alone ได้เขียนไว้…

เลื่อนหน้าฟีดเฟสบุ๊คแล้วเจอโพสต์ของคุณมิ้น I Roam Alone แล้วรู้สึกชอบโพสต์นี้มากๆ

เป็นโพสต์ที่อ่านแล้วย้อนนึงถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังเกิดขึ้นที่เมืองไทยในขณะนี้จริงๆ

Tanya Journey ขออนุญาตแชร์ข้อความนี้ เก็บไว้อ่านในวันข้างหน้า และอยากจะแชร์ให้ใครหลายๆ คนได้อ่านเช่นกัน…


ไม่อนุญาตให้สำนักข่าวไหนเอาข่าวไปเขียนใหม่ ตัดทอน บิดเบือน ทำได้แค่แชร์ไปจากเพจเท่านั้นนะคะ*

เรื่องราวของประเทศแห่งความสิ้นหวัง

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับประเทศนึงได้ คือ ความสิ้นหวัง

เมื่อหลายปีก่อนเคยเดินทางไปประเทศนึง ประเทศที่กลายเป็นรัฐล้มเหลว ตั้งแต่สนามบินที่รันเวย์พังไม่เป็นท่า ถนนเส้นหลักเข้าเมืองพัง สองข้างทางมีแต่คนยากจนสวนทางกับความเหลื่อมล้ำที่พุ่งทะยาน ทุกที่มีแต่คอรัปชั่น คอรัปชั่นในทุกระดับ ประชาชนต้องติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อใช้บริการสาธารณะ เจ้าหน้าที่ซื้อขายตำแหน่ง คนด้านบนกินกันใหญ่โต เงินภาษีไม่ได้ใช้เพื่อพัฒนาบ้านเมือง สะพานไร้คุณภาพแต่ราคากลับแพง การต่อรองกับต่างชาติเป็นเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มเล็กๆ ทรัพยากรประเทศถูกขายจนเกลี้ยง คนที่พยายามจะทำเพื่อประเทศถูกลอบฆ่า ไม่ก็ถูกจับยัดข้อหาไปหมด คนรุ่นใหม่รู้สึกสิ้นหวัง เพราะทำอะไรไม่ได้มาก พวกเขารู้สึกไร้อำนาจ ถ้าคนที่โชคดีก็สามารถย้ายออกไปต่างประเทศได้ ถ้าไม่ได้ก็ได้แต่ทนอยู่ต่อไป การขับเคลื่อนที่ใช้แรงกายแรงใจอย่างมากกลับทำได้แค่การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เพราะโครงสร้างหลักแห่งการคอรัปชั่นไม่เปลี่ยนแปลง คนมีเงินยังขับรถหรูได้ แต่ก็ขับบนถนนลูกรังพังๆกลางเมือง ห้างหรูก็ยังมีแต่ก็ตั้งกลางซากตึกพังๆขาดการดูแล คนยากจนลงเรื่อยๆแต่ก็จะถูกพูดถึงอย่างสวยงามว่า ‘เขายังยิ้มได้ท่ามกลางความลำบาก’ โดยลืมถามไปว่าแล้วทำไมเขาถึงต้องมาลำบากแบบนี้ ทำไมมันถึงดีกว่านี้ไม่ได้ ทำไมประเทศไม่เป็นของทุกคนอย่างเท่าเทียม และได้เติบโตขึ้นไปด้วยกัน

เราถามคนที่นั่นว่ามันเกิดอะไรขึ้น และต่อไปจะเป็นยังไง หญิงสาววัย 30 ที่จบปริญญาเอกด้านการเมืองการปกครองและปัจจุบันทำงานขายกระเป๋าผ้าเย็บมือเพื่อรอเวลาจะสมัครงานไปประเทศอื่นมานั่งคุยด้วย เธอตอบว่า

‘คนที่อยู่ในอำนาจเวลานี้เขาไม่ได้สนใจพวกเรา เขาสนใจแต่ตัวเอง หลงอำนาจ เงินทอง ที่ไม่รู้จะใช้ยังไงให้หมด แต่จริงๆเขาไม่รู้เลยว่าเขาไม่ได้ทำร้ายแค่พวกเราที่เหลือทุกคน แต่เขากำลังทำร้ายอนาคตลูกหลานตัวเอง ด้วยมือของเขาเองด้วย

เขาลืมไปว่า ต่อไปลูกหลานของเขาที่แม้จะอยู่ในปราสาทหลังใหญ่สร้างหรูหราจากเงินที่เขาขโมยมา แต่ปราสาทน้จะถูกล้อมรอบด้วยตึกโทรมๆ เสียงสาบแช่งที่หน้าต่างก็กันไม่ได้ จะต้องขับรถหรูไปบนถนนพังๆเป็นหลุมเป็นบ่อ มองไปทางไหนก็เป็นสีเทา ลูกหลานเขาจะไม่ได้มีความสุขกับทรัพยากรธรรมชาติใกล้มือ ไม่มีคุณภาพชีวิตดีๆที่อยู่หน้าบ้าน เพราะพวกเขาเป็นคนทำให้ประเทศนี้พัง

เขาซื้อปราสาทให้ลูกหลานเขาได้ แต่เขาซื้อคุณภาพชีวิตดีๆ ซื้อทัศนียภาพสวยๆใกล้ตัวให้ไม่ได้ เพราะประเทศนี้กำลังถูกสูบเลือดสูบเนื้อไปหมด มองไปทางไหนก็มีแต่ความเจ็บปวด ความยากลำบาก

เขาต้องนึกให้ได้ว่าปราสาทมันจะหรูได้แค่ไหนกันเชียว คนเราจะกินจะใช้ได้มากเท่าไหร่กันเชียว ลูกหลานเราจะมีความสุขไหมกับการกินอาหารอร่อยๆกลางความหิวโหยและการล้มตายของผู้คน

ถ้าถามว่าจะทำยังไงต่อไป ไม่รู้สิ อำนาจเขาล้นมือ เราได้แต่หวังว่าวันนึงเขากินอิ่มแล้วก็คิดได้ว่า พอแล้วล่ะ เราทำผิดมาพอแล้ว และตัดสินใจปล่อยมือ ให้คนทำงานได้มาทำงานเพื่อประเทศ ให้บ้านเรากลับมามีความหวังอีกครั้ง หรือมีสักคนที่มีอำนาจพอกัน มองเห็นความจริงนี้และลุกขึ้นสู้ แต่ทั้งสองอย่างก็ไม่รู้ว่าจะเกิดได้วันไหน ฉันก็รอไปเรื่อยๆ แบบไม่มีความหวัง…’

ฟังเธอจบตอนนั้นยังคิดว่า เราโชคดีที่ไม่ได้อยู่ในประเทศที่ความสิ้นหวังเข้าเกาะกุมหัวใจแบบนั้น แต่มาวันนี้….

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s